ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พริกไทยตรัง GI

รู้จักพริกไทยตรัง สายพันธุ์ปะเหลียนกับตรา GI

พริกไทยสายพันธุ์พื้นเมืองปะเหลียน รสเผ็ดร้อน กลิ่นฉุนเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นทะเบียน GI สช 64100170 พร้อมเหตุผลที่รสชาติต่างจากที่อื่น

พริกไทยตรังคืออะไร

หลายคนเข้าใจว่า “พริกไทยตรัง” หมายถึงพริกไทยอะไรก็ได้ที่ปลูกในจังหวัดตรัง แต่ตามนิยามที่ขึ้นทะเบียนไว้ คำนี้มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่านั้นมาก

พริกไทยตรังต้องเข้าเงื่อนไขสองข้อพร้อมกัน หนึ่งคือต้องผลิตจากพริกไทยสายพันธุ์พื้นเมืองปะเหลียน และสองคือต้องปลูกและแปรรูปในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ใช้ชื่อนี้ไม่ได้

จุดที่คนสับสนบ่อยที่สุดคือคำว่า “ปะเหลียน” ซึ่งเป็นชื่อสายพันธุ์ ไม่ใช่ขอบเขตพื้นที่ ตามทะเบียน GI ขอบเขตการปลูกและแปรรูปครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดตรัง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอำเภอปะเหลียนแต่อย่างใด

พริกไทยตรัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทะเบียนเลขที่ สช 64100170 ในชื่อ “พริกไทยตรัง (Trang Pepper)”

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คืออะไร

GI ย่อมาจาก Geographical Indication หรือ “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าซึ่งมีคุณภาพหรือชื่อเสียงอันเป็นผลมาจากแหล่งผลิตเฉพาะแห่ง พูดง่าย ๆ คือทำหน้าที่เหมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่รับรองทั้งคุณภาพและแหล่งที่มาไปพร้อมกัน ถ้าย้ายไปปลูกที่อื่น ก็จะไม่ได้รสชาติแบบเดิม

ผลิตภัณฑ์พริกไทยตรังทั้ง 5 รูปแบบ

ตามทะเบียน GI พริกไทยตรังครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 5 รายการ แต่ละรูปแบบมีลักษณะและการใช้งานต่างกัน

  • พริกไทยอ่อน — ผลิตจากผลอ่อน สีเขียวอ่อน เม็ดกลม รสเผ็ดร้อน แต่กลิ่นฉุนน้อยกว่าพริกไทยดำ เหมาะกับเมนูผัดเผ็ดและอาหารจานร้อน
  • พริกไทยดำแบบเม็ด — ผลิตจากผลแก่จัดนำไปตากแดดหรืออบจนแห้ง เปลือกนอกสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผิวมีรอยย่น กลิ่นหอมเย็น รสเผ็ดร้อน
  • พริกไทยขาวแบบเม็ด — ผลิตจากผลแก่จัดที่ลอกเปลือกออกก่อนตากหรืออบ ได้เม็ดสีขาวอมเทา ผิวเรียบ มีรอยเส้นตามยาว กลิ่นหอมเย็น
  • พริกไทยดำแบบป่น — บดจากพริกไทยดำแบบเม็ด ผงละเอียดสีน้ำตาลเข้มออกดำ กลิ่นหอมฉุน
  • พริกไทยขาวแบบป่น — บดจากพริกไทยขาวแบบเม็ด ผงละเอียดสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมฉุน

ทั้งพริกไทยดำและขาวแบบเม็ดต้องมีความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 ส่วนแบบป่นต้องไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในทะเบียน GI เพื่อควบคุมคุณภาพและอายุการเก็บรักษา

ยอดแดงและยอดม่วง สองลักษณะของสายพันธุ์ปะเหลียน

พริกไทยสายพันธุ์พื้นเมืองปะเหลียนแบ่งออกได้เป็นสองลักษณะตามสีของยอดอ่อน คือยอดแดงและยอดม่วง ทั้งสองลักษณะอยู่ภายใต้ชื่อ GI เดียวกัน และเป็นรายละเอียดที่คนนอกพื้นที่แทบไม่เคยรู้

ทำไมพริกไทยตรังถึงเผ็ดร้อนและหอมกว่าพริกไทยทั่วไป

คำตอบอยู่ที่สภาพพื้นที่และภูมิอากาศของจังหวัดตรัง ซึ่งบังเอิญตรงกับเงื่อนไขที่ต้นพริกไทยชอบแทบทุกข้อ พื้นที่จังหวัดตรังเป็นเนินสูงต่ำสลับภูเขาน้อยใหญ่ มีความลาดชันประมาณร้อยละ 2 ถึง 12 ทำให้การระบายน้ำดี ซึ่งสำคัญมากสำหรับพริกไทย เพราะเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอแต่ทนน้ำขังไม่ได้

เมื่อนำตัวเลขจริงของจังหวัดตรังมาเทียบกับช่วงที่พริกไทยเจริญเติบโตได้ดี จะเห็นความสอดคล้องอย่างชัดเจน

ปัจจัยช่วงที่พริกไทยชอบค่าจริงของจังหวัดตรัง
อุณหภูมิ25–40 องศาเซลเซียสเฉลี่ยทั้งปี 27.1 องศาเซลเซียส
ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 65–95เฉลี่ยร้อยละ 81.16
ปริมาณน้ำฝนต่อปี1,200–2,500 มิลลิเมตรเฉลี่ย 2,148.50 มิลลิเมตร

ค่าทั้งสามตัวของจังหวัดตรังตกอยู่ในช่วงที่เหมาะสมทั้งหมด และด้วยสภาพภูมิประเทศกับภูมิอากาศแบบนี้เอง ที่ทำให้พริกไทยตรังมีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม และมีเอกลักษณ์แตกต่างจากพริกไทยที่ปลูกในพื้นที่อื่น

กว่าจะเป็นพริกไทยตรังหนึ่งเม็ด

ทะเบียน GI กำหนดกระบวนการผลิตไว้อย่างละเอียด ต้นพันธุ์ต้องเป็นต้นกล้าสายพันธุ์พื้นเมืองปะเหลียนที่เพาะในจังหวัดตรัง คัดจากต้นอายุ 6 ถึง 18 เดือนที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลง การปลูกทำในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

ต้นพริกไทยจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ 2 ปี และช่วงเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมคือเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี การเก็บต้องทำทีละช่ออย่างประณีต โดยพริกไทยสดจะเก็บเฉพาะช่อที่มีเม็ดสีแดงหรือแก่จัดอย่างน้อยร้อยละ 10 ของช่อ

เสียงจากสวน วิธีสังเกตที่ไม่มีในคู่มือ

เกณฑ์ในทะเบียน GI บอกว่าต้องเก็บอย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาแล้ว ส่วนนั้นเป็นความรู้ที่ส่งต่อกันมาในสวน อนุพงศ์ เก้าสัมพันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน และเจ้าของแบรนด์ ลดา และ 3เหรียญ เล่าถึงการจัดการแปลงว่า

พริกไทยปะเหลียนที่นี่เรานิยมปลูกแซมในสวนยางพารา เพราะต้นพริกไทยชอบแดดรำไร ไม่ชอบแดดจัดเกินไป และได้อาศัยร่มเงากับความชื้นในดินจากสวนยางช่วยหล่อเลี้ยง

ส่วนจังหวะการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ตัดสินคุณภาพของผลผลิตทั้งรุ่น เขาอธิบายว่าต้องอาศัยสายตาเป็นหลัก

ความยากคือการสังเกตความแก่ของช่อ ต้องดูให้เม็ดออกสีเขียวเข้มจัด เต่งตึง และเริ่มมีเม็ดสุกแซมขึ้นมาในช่อ นั่นคือจุดที่พริกไทยสะสมน้ำมันหอมระเหยและสารให้ความเผ็ดไว้สูงสุด ถ้าเก็บไวไปพริกไทยจะฝ่อและหอมไม่สุด แต่ถ้าปล่อยแก่เกินไปเม็ดจะหลุดร่วงง่าย

อีกเรื่องที่คนนอกพื้นที่แทบไม่มีโอกาสได้รู้ คือความต่างระหว่างสองสายพันธุ์ย่อยของพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน

ถ้าเป็นยอดแดง รสชาติจะเผ็ดร้อนจัดจ้าน ลึก และฉุนก้องในคอ เหมาะกับการทำพริกไทยดำป่นใส่แกงเผ็ด ส่วนยอดม่วง กลิ่นจะหอมละมุนกว่า มีความซ่าติดปลายลิ้นเบา ๆ นิยมนำไปทำพริกไทยขาวหรือใช้ใส่ซุปที่ต้องการความกลมกล่อม

สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569

พริกไทยตรังกับตราสัญลักษณ์ GI

จังหวัดตรังเป็นผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อคุ้มครองชื่อและป้องกันการนำชื่อ “พริกไทยตรัง” ไปใช้กับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในพื้นที่ คำขอเลขที่ 63100262 ยื่นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และได้รับการขึ้นทะเบียนในทะเบียนเลขที่ สช 64100170 มีผลตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ

การมีตรา GI ไม่ได้หมายความว่าใครปลูกพริกไทยในจังหวัดตรังก็ติดตราได้ทันที ผู้ผลิตที่ประสงค์จะใช้ชื่อนี้ต้องขึ้นทะเบียนสมาชิก ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงาน และมีเอกสารกำกับเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับได้ บนฉลากต้องมีคำว่า “พริกไทยตรัง” หรือ “Trang Pepper” พร้อมระบุชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุ และวิธีเก็บรักษา

พริกไทยตรังในครัวและร้านอาหาร

ด้วยรสเผ็ดร้อนที่ชัดเจนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พริกไทยอ่อนเหมาะกับเมนูผัดเผ็ดที่ต้องการความสดและกรอบของเม็ด ส่วนพริกไทยดำและขาวแบบเม็ดเหมาะกับซุป น้ำต้มกระดูก และการหมักเนื้อสัตว์ ขณะที่แบบป่นสะดวกที่สุดสำหรับการปรุงและโรยหน้า ข้อสังเกตคือพริกไทยป่นจะมีกลิ่นแรงที่สุดในช่วงหลังบดใหม่ ๆ การซื้อแบบเม็ดแล้วบดเองก่อนใช้จึงให้กลิ่นที่ดีกว่า

อยากลองชิม

วิธีที่ดีที่สุดคือไปกินที่ร้านจริง ดูรายชื่อร้านอาหารในตรังที่ใช้พริกไทยตรังในเมนูได้ที่หน้าค้นหาร้านอาหาร

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากเอกสารทะเบียนของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทะเบียนเลขที่ สช 64100170 เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและส่งเสริมการใช้พริกไทยตรังในร้านอาหาร มิได้เป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ และมิได้เป็นช่องทางการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ผู้ที่ต้องการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ กรุณาติดต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังโดยตรง